เทคโนโลยีสมาร์ตโฟนในปี พ.ศ. 2563 มีด้วยกัน 3 รุ่น คือ 3G, 4G และ 5G แต่ถือเป็นยุค 4G เต็มรูปแบบ และกำลังจะเปลี่ยนผ่านสู่ 5G ดังนั้น ทางบริษัทผู้ให้บริการจึงจัดโปรโมชันส่งเสริมการขาย โดยเน้นรุ่น 4G เป็นหลัก

ซิมการ์ดมีให้เลือก 3 ประเภท

แพ็กเกจที่ค่ายผู้ให้บริการจัดโปรโมชันสำหรับมือถือ 4G หากแบ่งตามประเภทของซิมการ์ดก็เหมือนกับ 3G แต่มีความแตกต่างในเรื่องเงื่อนไข ทั้งนี้ ซิมการ์ดมีให้เลือก 3 ประเภท ได้แก่

  • ซิมแบบเติมเงิน ต้องเติมเงินเมื่อเล่นอินเทอร์เน็ตและใช้โทรศัพท์ครบตามข้อกำหนดของแพ็กเกจที่เลือก เป็นซิมที่ไม่เหมาะกับผู้มีภารกิจค่อนข้างยุ่งหรือผู้ที่ขี้ลืม เพราะบางครั้งอาจลืมเติมเงินหลังเงินหมด ทำให้ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้
  • ซิมแบบรายเดือน หากมองในแง่ความถี่ในการจ่ายค่าบริการ ซิมนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าซิมแบบเติมเงิน เพราะจ่ายเพียงเดือนละครั้ง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องของกำหนดเวลา ขณะที่แพ็กเกจก็มีให้เลือกหลายแพ็กเกจด้วยกัน
  • ซิมแบบรายปี เป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่าซิมแบบเติมเงินและรายเดือน บางแพ็กเกจมีค่าบริการเฉลี่ยเพียงเดือนละประมาณ 100 บาท แต่การเลือกซิมประเภทนี้ ต้องเหมาจ่ายครั้งเดียวตอนซื้อ

เลือกความเร็วเน็ตเท่าไรดี?

เมื่อมีประเภทซิมการ์ดที่จะเลือกอยู่ในใจแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นลำดับต่อไปคือ ความเร็วของอินเทอร์เน็ต ซึ่งความเร็วแต่ละระดับก็เหมาะกับการใช้งานแต่ละประเภท ดังนี้

  • 1 Mbps ใช้ดูหนังฟังเพลงได้ในระดับพื้นฐาน
  • 4 Mbps ใช้เล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหลไม่มีกระตุก
  • 6 Mbps ดูคลิปวิดีโอแบบคมชัด (HD) ได้ไม่สะดุด
  • 10 Mbps ใช้ Live และทำงานแบบ Work from Home ได้
  • 100 Mbps ใช้อัปโหลด Live Streaming ได้
  • 300 Mbps เรียกดูไฟล์ภาพ เสียง และวิดีโอผ่าน Cloud ได้